ไวรัสตับอักเสบบี ภัยร้ายที่ไม่ควรมองข้าม

medicine virusBตับอวัยวะสำคัญในร่ายกายที่มีหน้าที่ในการดูแลจัดการสารต่างๆ ที่เข้าสู่กระเลือดผ่านร่างกาย ทำให้ร่างกายเกิดความสมดุล แต่ถ้าหากตับนั้นเสียหายหรือมีโรคเข้าแทรกแทงการทำงานของระบบตับน้อยลง ย่อมส่งผลต่อสุขภาพของเราอย่างเห็นได้ขัด และสาเหตุที่ทำให้ตับของเราทำงานไม่สมบูรณ์นั้นก็มีหลากหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น เชื้อไวรัส อาการบาดเจ็บจากอุบัติติเหตุ หรือแม้แต่การถ่ายทอดผ่านกรรมพันธุ์ แต่ที่น่ากลัวที่สุดก็คือไวรัสนั่นเอง เพราะว่ามันสามารถเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้หลากหลายช่องทาง

ไวรัสตับอักเสบชนิดบี (hepatitis B virus) ศัตรูตัวร้ายของตับ ที่หากติดเชื้อแล้วจะทำให้เกิดการอักเสบของตับ ผลจากการอักเสบจะทำให้เซลล์ของตับตาย หากปล่อยไห้เรื้อรังจะเกิดพังผืด เป็นสาเหตุให้เกิดอาการตับแข็ง และมะเร็งตับได้ เชื้อไวรัสชนิดนี้แบ่งได้เป็น 2 อาการคือ

ระยะเฉียบพลัน (Acute) ผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการภายใน 1 – 4 เดือนหลังจากได้รับเชื้อ จะมีอาการไข้ , ตัวเหลืองตาเหลือง , ปวดท้องบริเวณชายโครงด้านขวา , ท้องร่วงอาเจียน และมีร่างกายออ่นเพลีย

ระยะเรื้อรัง (Chronic) อาการในระยะเรื้อรังนี่สามารถแบ่งออกได้ 2 แบบคือ

พาหะ  คือ ผู้ที่มีเชื้ออยู่ในร่างกาย แต่ไม่แสดงอาหาร แต่สามารถแพร่เชื้อได้ สามารถติดต่อได้ทาง เพศสัมพันธ์ , ทางเลือด และน้ำเหลือง , ทางบาดแผล , การใช้สิ่งของร่วมกัน หรือจากแม่สู่ลูก

ตับอักเสบเรื้อรัง  คือ ผู้ที่ได้รับเชื้อ และมีอากาผิดปรกติทางร่างกาย ซึ่งในผู้ป่วยระยะนี้ต้องได้รับการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีอย่างเร่งด่วน

ในปัจจุบันมีวัคซีนที่ใช้ป้องกันการติดต่อของไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งมีการฉีดตั้งแต่แรกเกิด และบุคลากร ที่มีความเสี่ยงในการติดต่อกับผู้ป่วย และผู้ที่เป็นโรคไตที่ต้องได้รับการฟอกเลือดเป็นประจำ แต่ในปัจจุบันแทบทุกคนจะได้รับการฉีดมาตั้งแต่แรกเกิดแล้วซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันสร้างภูมิคุ้มกันการติดต่อของโรคในอนาคต

การพัฒนาและคิดค้นยานั้นมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

medicine researchการพัฒนาและคิดค้นยานั้นต้องใช้ระยะเวลาเป็นอย่างมาก นักวิจัยต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษและค่าใช้จ่ายอันมหาศาลและใช้คนมากมายในการค้นคว้า มันอาจจะไม่ประสบความสำเร็จก็ได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้

ขั้นตอนที่ 1 การวิจัย จะใช้เวลา 2 – 10 ปี การค้นพบสารในการนำทาง สารใหม่อาจจะออกฤทธิ์ในยารักษาในโรคชนิดใหม่
  • ความเสี่ยง ความก้าวหน้าของทคโนโลยีทางด้านเคมีและการคัดกรอง สามารถคัดกรองสารประกอบได้เป็นจำนวนมาก แต่จะมีสารนำทางเพียง 250 ชนิดเพียงเท่านั้น ที่ผ่นขั้นตอนในการทดลองก่อนการทำวิจัยทางด้านคลินิก
  • คน มีนักวิจัยของบริษัทเวชภัณฑ์ต่างๆ รวมทั้งสิ้น 1000 คน การทำวิจัยในขั้นตอนนี้ ยังเกี่ยวข้องกับนักวิจัยอื่นๆ อีกด้วย เช่น โรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลและสถาบันวิจัยอื่นๆ รวมทั้งสิ้น 2000 กว่าแห่งทั่วโลก
  • ต้นทุน การวิจัยและการศึกษาเกี่ยวกับโรคต่างๆ เป็นพื้นฐานที่ทำให้ค้นพบยาและต้องใช้งบประมาณในการวิจัยถึงร้อยล่ะ 18 ของยอดการขาย
  • ผลลัพธ์ ค้นพบสารนำทาง

ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนา จะใช้เวลา 3 – 6 ปี สารนำทางต่างๆ ได้ทดลองกับสัตว์ทดลองในห้องปฏิบัติการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยอย่างสูงที่สุด

  • ความเสี่ยง สารนำทางทั้งหมด 250 ชนิดจะถูกนำไปทดลองกับสัตว์ทดลองและมีเพียง 5 ชนิดเท่านั้นที่จะสามารถผ่านเข้าไปในการวิจัยทางคลินิกได้
  • คน จะมีผู้ชำนาญการหลายๆ ด้านร่วมทำการทดลองด้วย ได้แก่ นักพิษวิทยา นักวิทยาศาสตร์เชิงวิเคราะห์ สัตวแพทย์ เจ้าหน้าพิเศษห้องปฏิบัติการและสัตว์ที่ใช้ในการทดลอง
  • ต้นทุน ทำการศึกษาสัตว์ทดลอง 2 ปี ต้องใช้งบถึง 70 ล้านบาท หลังจากนั้นทำการพัฒนาตำรับยาที่มีประสิทธิภาพสูงและปลอดภัย ยา 1 ชนิดนั้นจะใช้ต้นทุนในการพัฒนาถึง 35 ล้านบาท
  • ผลลัพธ์ ได้ยาวิจัยชนิดใหม่มา

ขั้นตอนที่ 3 การวิจัยทางคลินิก ใช้เวลา 6 ปียาวิจัยชนิดใหม่ๆ ต้องเข้าสู่การทดลองและทดสอบในมนุษย์

  • ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือตำรับยาชนิดใหม่

ขั้นตอนที่ 4 การอนุมัติยารักษาโรค ใช้ระยะเวลาอย่างต่อเนื่อง ยาที่ผ่านการอนุมัติแล้วมีไว้ใช้กับผู้ป่วย

  • ผลลัพธ์ ได้ความรู้ความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาที่ควรรู้

medicine industryปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในปัจจุบันยารักษาโรคเป็นสิ่งสำคัญที่มีความจำเป็นกับทุกคน เป็น 1 ใน 4 ปัจจัยที่ใช้ในการดำเนินชีวิตและสุขภาพของมนุษย์ อุตสาหกรรมการผลิตยาภายในประเทศจึงบ่งบอกถึงความมันคงทางด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยของประชาชนได้เป็นอย่างดี โดยจะมีผลต่อความมั่นคงของเศรษฐกิจและสังคม มีมูลค่าถึง 1 แสนล้านบาท สัดส่วนในการผลิตอยู่ที่ 30:70 เป็นยาสามัญเป็นส่วนใหญ่และมีราคาไม่แพง ผลิตภายในประเทศ

สถานภาพการผลิต จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1.อุตสาหกรรมการผลิตวัตถุดิบ ได้แก่ตัวอย่างที่มีความสำคัญ Active Ingredient สารออกฤทธิ์ทางยาที่ใช้ในปัจจุบัน เช่นแอสไพริน พาราเซตามอล เป็นต้น อีกทั้งยังต้องการตัวยาช่วย Inert Substance ที่สามารถทำให้ตัวยานั้นสามารถที่จะตอกขึ้นมาเป็นเม็ดได้ และสารที่ทำหน้าที่กระจายตัวยาเมื่อนำไปรับประทาน สารแต่งสี การใช้ผลิตโดยใช้วัตถุดิบในประเทศนั้นสามารถที่ทำได้โดยไม่ต้องคิดค้นเพราะมีคนคิดค้นอยู่แล้ว แต่จำเป็นที่จะต้องใช้เทคโนโลยีที่สูงสักหน่อย พร้อมกับเงินทุนจำนวนมาก ส่วนใหญ่จึงเป็นกลุ่มคนจากต่างประเทศ โดยในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ที่ผลิตอยู่ด้วยกัน 7 ราย ในประเทศไทยมีวัตถุดิบอยู่ทั้งหมด 17 ชนิด แต่ละมีการรายจะผลิตที่ไม่ซ้ำกัน

2.แนวโน้มอุตสาหกรรม ซึ่งดูจากตลาดและความต้องการของคนในพื้นที่หรือประเทศนั้นๆ โดยสหรัฐอเมริกา จะมีค่าใช้จ่ายและส่วนแบ่งด้านอยู่อยู่ประมานร้อยละ 31และประเทศผู้นำทางด้านยุโรปอยู่ 5 ประเทศอาทิ เช่น อิตาลี สเปน เยอรมนี ผรั่งเศส ซึ่งมีค่าใช้จ่ายด้านยาร้อยละ 13 ส่วนญี่ปุ่น ประเทศในสหภาพยุโรปที่เหลือ และแคนาดา ยังคงมีส่วนแบ่งค่าใช้จ่ายด้านยาอยู่ที่ ร้อยละ 11 6 – 7 และ 2 – 3 ตามลำดับ